Paradigm shift of marketing พอการตลาดเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์

ผิเหล่ทำซ้ำแลดูในช่วงที่ผ่านมา จะเหลือบเห็นว่าประกอบด้วยความเปลี่ยนแปลงสิ่งของแหล่งหล้าจากไปขนานใหญ่ขนมจากทศวรรษสถานที่ 90 จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ทำให้ความประพฤติและวิธีตรึกตรองสิ่งของพลเรือนจากแห่งสมัยโบราณแปรไปเต็มแรงเช่นกัน ต้นแบบสถานที่เห็นได้ชัดคือว่า มนุชวัย 50-60 ชันษา มักเปล่าค่อยกล้าเสี่ยง อยู่ทว่าในที่ Comfort zone เป็นก็เพราะว่าเจนอยู่ในยุคที่เพิ่งจะเปลี่ยนสงครามมากับความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ ชนิดทำให้เกิดเนื้อความกระท่อนกระแท่นในที่ชีวิตินทรีย์ ในขณะที่กลุ่มคนคราว 30-40 ชันษา ค่อนข้างครอบครองมวลชนที่ปรับพฤติกรรมได้มาเข้มแข็งด้วยกันรู้ในการเปลี่ยนแปลงคว้า ก็เพราะว่าอยู่แห่งช่วงเค้าเดิมความเปลี่ยนแปลงสิ่งของเทคโนโลยีขนานใหญ่ บางท่านขนมจากโทรทัศน์หงอกดำมาดำรงฐานะสี ไม่ก็บางท่านขนมจากต่อโทรศัพท์เรือนมาครอบครองโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นเหตุให้มนุษย์หมวดนี้พร้อมที่จะศึกษากับปรับพฤติกรรม ในขณะที่กลุ่มคนแห่งหนเพิ่งเจริญกับดักเทคโนโลยีแห่งสมัยดิจิทัลนี้ กลายเป็นหมู่ชนแห่งหนทำความเข้าใจโดยเร็วยิ่งนัก และมีกรรมวิธีคิดแห่งหนเปลี่ยนไปกับดักข้อคิดเห็นแหล่งหล้าสถานที่กลายนั่นเอง อ่านพอกพูน : การเปลี่ยนแปลงสิ่งของเทคโนโลยี ตัวแปรประธานสถานที่สร้างความขัดแย้งต่อสติปัญญามวลชนในแต่ละเคย พร้อมด้วยความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ความประพฤติแตกต่าง ๆ ของมนุชก็แปรไปเช่นกัน ขนมจากวงในสมัยโบราณสถานที่ค่อนข้างมีความทรหดอดทนดำเกิงและพร้อมที่จะใช้เวลาเรียนรู้ กลายมาเป็นคนวงในระยะเวลาตรงนี้แห่งหนประกอบด้วยความทรหดเสื่อมถอย ด้วยกันไม่สามารถทนอะไรคว้านาน ๆ ครบถ้วนที่จะล้มเลิกหลังจากนั้นควานนวชาตเร็ว ก็เพราะว่าแห่งระยะเวลานี้แตกต่างมีตัวเลือกต่าง ๆ แยกออกยิ่ง เช่นกันพฤติกรรมสิ่งของกลุ่มเป้าหมายและผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การตลาดเองตกเป็นต้นแบบหนึ่งที่เปล่าสามารถเปลี่ยนแปลงคว้าเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ อิฉันจึงมองเห็นแหวช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่เรียกตวาดสมัย Disruption ตรงนั้น ทำเอาหุ้นส่วนแตกต่าง ๆ ที่ไม่สามารถปรับพฤติกรรมได้ แตกต่างจำเป็นจะต้องตายไปในที่สมัยโดยเร็ว อันสถานที่กงสีเหล่านี้ล้มเหลวแห่งการเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนใหญ่ รวมความว่างานเปล่าสมรรถสนองตอบความมุ่งมาดสิ่งของลูกค้าคว้าอีกต่อไปต่อจากนั้น มากมายในที่สมัยตรงนี้แห่งหนการแข่งขันสูงเต็มแรงทำเอางานแจ้งผู้ใช้ หรือไม่ก็รู้ว่าผู้บริโภคสรรพสิ่งตัวเองครอบครองใครกลายเป็นเนื้อความร้ายแรงขนานใหญ่ กงสีแตกต่าง ๆ ต่างหาวิธีที่จะแจ้งมอบได้ตวาดมนุษย์สถานที่กำลังจะลงมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าสรรพสิ่งตัวเองตรงนั้นครอบครองใคร กำลังกายมีความต้องการกระไร จนถึงดำเนินชีวิตยังไง เพื่อจะสามารถก่อสร้างการติดต่อสื่อสารได้หวานคอแร้งขึ้นไป เป็นเหตุให้วงนี้กำลังกายก่อเกิด Paradigm Shift of Marketing จากสมัยอินเอียงอร์เนตสถานที่เข้า ก็เพราะว่าต่อไปกงสีไหนแห่งหนไม่ไหวสร้างความ Data จักหายป่วยจากไปจากตลาดชนิดทันที Paradigm Shift ของ Marketing ในยุคตรงนี้บังเกิดจากการแข่งขันดอนเต็มแรงทางการตลาด ทั้งหมดแบรนด์ต่างต้องการการขยายตัวในที่งานทำธุรกิจของตัวเอง แต่ว่าพร้อมด้วยขั้นท้องตลาดทำให้การแข่งขันเลวงอกงามจากไปอีก ก็เพราะว่าหลาย ๆ แบรนด์เริ่มกระทำการท้องตลาดที่เรียกว่ารวมหมด Vertical และ Horizontal กักคุมหมดต่อจากนั้น แถมพกเพศชายเสพเองก็ประกอบด้วยอย่างจำกัด และผู้ใช้อีกทั้งมีสิทธิ์เลือกสรรยิ่ง ทำให้แบรนด์ด้วยกันนักการตลาดเองแตกต่างต้องหาทางทำให้ราบห้ามปันออกได้มาไม่ว่าจักวิธีไรก็ตาม ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมความว่าการใช้ DATA ควบคู่กับ Machine Learning นั่นเอง ในเรียงความตรงนี้เกล้ากระผมจักย้ำแห่งหน DATA มากกว่า ก็เพราะว่าด้วย Data มีความหมายอย่างมากในการตลาดแห่งยุคปัจจุบัน ขนมจากในที่สมัยโบราณแห่งหนการกระทำท้องตลาดได้มา Data ลูกค้ามาอย่างกว้างขวางหลังจากนั้นมละ ณ เวลานี้มากมาย ๆ แบรนด์ริเริ่มทำการดอง Data แตกต่าง ๆ เพื่อที่จะนำมาใช้ ซึ่งกรรมวิธีคิดดูตรงนี้เป็นเหตุให้แบรนด์ต่างบ้านต่างเมืองต่างควานวิธีที่จะนำ Data ออกมาจาก Agent แม่สื่อบรรดา มาเก็บวางแห่งหนตัวเอง ในที่นัยก็รวมความว่า ต่างควานหากรรมวิธีที่จะหยิบยก Data ออกมาขนมจาก Facebook และ Google เพื่อจะนำมาใช้ถัดจากนั้น รวมถึงการหาขั้นตอนกระทำตลาดฉบับร่างนวชาตเพราะไม่ต้องพึ่งพาอาศัยแม่สื่อถัดไปด้วย ซึ่งในในเวลานี้เรียกหากรรมวิธีทำการตลาดอย่างนี้ตวาด DTC หรือว่า Direct to consumer นั่นเอง กองกลางแห่งหนก่อ Direct to consumer นั้นครอบครองกองกลางที่สร้าง Data Driven Business ขึ้นลงมา พร้อมด้วยการทำการตลาดสถานที่สนทนากับดักลูกค้าต่อหน้ากับทำการเรียนรู้ผู้บริโภค ครบถ้วนอธิบายของซื้อของขายสถานที่ซื่อใจ หรือว่าแนะนำตัวลูกค้าคว้าโดยตรงเปลี่ยนทางตนเองถัดไป เพราะไม่ได้พึ่งพิงงานทำการท้องตลาดผ่านคนกลางอื่น ๆ หรือไม่ก็จะพึ่งพิงปันออกโกร๋งเกร๋งสถานที่สุด​ ซึ่งแบรนด์เหล่านี้แตกต่างเป็นแบรนด์เรื่องเดิมขึ้นไปนวชาต และมีกรรมสิทธิ์ความชื่นชอบขนานใหญ่ในที่กับดักลูกค้าแห่งในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นชนิด Warby Parker ร้านรวงหน้าแว่น Startup มีชื่อเสียง, Away แบรนด์กระเป๋าเดินทางมีชื่อเสียง, Bonobos ร้านรวงเสื้อผ้าอาภรณ์มีชื่อเสียง ไม่ก็ Casper ที่แลกเปลี่ยนที่นอนที่นอนออนไลน์โด่งดัง หรือไม่ก็บ๊วยแบรนด์มีดโกนหนวดมีชื่อเสียงประการ Dollar Shave Club ด้วยการสร้างอย่างนี้เป็นเหตุให้แบรนด์สามารถจำกัดงานกระทำท้องตลาดกับต้นทุนกำไรกงสีได้อย่างเที่ยงตรงขึ้นไปอีก นอกจากนั้นการชดใช้ Data ในที่การสื่อสารกับลูกค้าจากนั้น งานนำ Data มาใช้หาลูกค้าแหวดำรงฐานะใคร มีความสำคัญอย่างมากในณ เวลานี้ แบบที่งดงามลงความว่า Nike สถานที่คลอดแคมเปญล่าสุดประการ Dream Crazy การสถานที่ Nike ออกลูกแคมเปญเหล่านี้มาได้เพราะว่ารู้การใช้ Data ในที่งานหาว่าผู้ใช้แห่งหน Nike หิวจะคว้าถัดไปตรงนั้นครอบครองใคร และงานทำแคมเปญแบบนี้จะเสมอทุนไหมในงานสร้างออกมา ทำให้เมื่อ Nike ทำแคมเปญ Dream Crazy ออกมา แตกต่างบรรลุผลอย่างยิ่งในที่การกระทำท้องตลาด การชดใช้ Data ในทางราชการตลาดยังสมรรถทำได้ลงคอจรดงานให้อาหาร Content ที่สมน้ำสมเนื้อในแต่ละคนหรือว่าแจ้งเพราะแต่ละคนควรกระทำการท้องตลาดแบบใด จักสื่อสารปันออกสมควรกับดักปัจเจกชนได้มาอย่างไร การตลาดในยุคนี้แล้วจึงไม่ได้วัดที่กึ๋น ไม่ก็ สัญชาตญาณนักการตลาดอีกต่อไปจากนั้น แม้ว่าจำเป็นต้องมีป้อน Data ปันออกนักการตลาด พอให้ใช้กึ๋นหรือไม่ก็ความจัดเจนในการทำตลาดกอปรในที่การตัดสินใจที่แม่นตรงขึ้นไป กับแยกออก ML เรียนรู้หรือว่าดูแลการตลาดถัดจากได้ พร้อมด้วยการตลาดปรับเปลี่ยนอย่างนี้ แบรนด์แตกต่าง ๆ จำเป็นจะต้องประกอบด้วยความเปลี่ยนแปลงหน่วยงานอย่างมาก เป็นพิเศษพวกการตลาดแห่งหนเรียกหาได้แหวจำเป็นต้องประกอบด้วยอยู่แห่งทุกแผนก และก่อเกิดการก่อที่รวม Data ตนเองขึ้นมา จากงานที่ว่าจ้าง Outsource ไม่ก็เอเจนซี่คลอดจากไป ยุคปัจจุบันเหลือแหล่แบรนด์ที่เก็บ Data จำเป็นจะต้องหันไปสร้างสรรพสิ่งเอง เพื่อหยิบยก Data ลงมาวิเคราะห์ประกบ ไม่ว่าจะครอบครองหมู่จ่ายพาหะ ไม่ก็ก่อ Content เองก็ตาม ส่งผลมาอีกต่างหากหุ้นส่วนเอเจนซี่ก็จำต้องปรับตัวอย่างมาก ขนมจากสถานที่เมื่อก่อนจำต้องทำงานรับช่วงแบรนด์ทั้งหมด มีอยู่ตวาดยุคปัจจุบันแบรนด์หยิบยกลงมาทำเอง เอเจนซี่เหลือแหล่เจ้าผันร่างกายไปครอบครอง Platform สื่อเหลือแหล่เจ้าก็กลายเป็น Specialist ทางการตลาด และหลายเจ้าปรับตัวไม่ไหวก็เสียชีวิตจากไป เป็นพิเศษ Digital Agency เค้าเดิมขึ้นไปเช่นดอกเห็ดจากการก่อเกิด Social media เหตุฉะนี้ยุคปัจจุบัน Digital Agency ในที่ต่างชาติต่างจำต้องปิดร่างกายลงก็เพราะว่าปราศจากงานแยกออกสร้าง ด้วยเหตุที่แบรนด์สร้างเองสิ้น ไม่ก็รบรากองกลางอสูรโย่งแห่งหนประกอบด้วยเนื้อความคร่ำหวอดและสมรรถคิดตั้งแต่กิจธุระ Creative กระเป๋าแห้งจับจ่ายใช้สอยตัวนำเองนั้นไม่ไหว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นแห่งรอบ 5 พรรษาที่ผ่านมาตรงนี้เอง สุดท้ายนี้ความเปลี่ยนแปลงจักเบา ๆ มองเห็นแห่งเหลือแหล่ด้าว เพราะหลายแบรนด์อสุรีโย่งแห่งหนมีทรัพยากรแตกต่างเริ่มเก็บข้อมูลสรรพสิ่งตนเองจากนั้น กับหยิบยกข่าวเหล่านี้ลงมาพินิจพิจารณาโดยละเอียดเพื่อที่จะกระทำท้องตลาดได้มาตรงเป๊ะสมบูรณ์ ด้วยกันอีกเหลือแหล่ ๆ แบรนด์อีกทั้งมองไม่เห็นอนาคตกลุ่มนี้ แตกต่างก็ทำการตลาดแปลนในที่โบราณกาลที่ผ่านมา หรือไม่ก็ใช้เครื่องมือเก่า ๆ สถานที่ไม่ทันการต่อระยะในที่ธุรกิจ ซึ่งหุ้นส่วนเหล่านี้มีการเสี่ยงขนานใหญ่ที่จะตกรถไฟกระบวนที่จะเข้า และหากกระฉอกกระบวนตรงนี้คุณอาจหายป่วยไปขนมจากตลาดพ้นก็ได้ แห่งเสียงของฉันตรงนั้น ความเปลี่ยนแปลงตรงนี้จักสำเร็จเปลี่ยนแปลงสำคัญใหม่ สถานที่เรียกแหวจะวัดตวาดใครจะสูญพันธุ์คว้าเลยเชียว เพราะไม่ใช่เช่นนั้นแค่ผลัดกันจากการดำรงฐานะยุค Computer ลงมา Social Media แม้ว่าประสบความสำเร็จเปลี่ยนขนมจากระยะเวลาของดิจิทัลลงมาประสบความสำเร็จรวบรวมข่าวสารต่าง ๆ หลังจากนั้นนำประกาศนั้นมาใช้คืนแยกออกอำนวยประโยชน์ ใช่ต่อจากนั้น… งานประกอบด้วยประกาศอย่างลำพังตรงนั้นเปล่าเพียงพออีกต่อไป เพราะเหลือแหล่องค์กรก็ประกอบด้วยข่าวหลาย ทว่าปรากฏแหวไม่รู้จะชดใช้ข่าวสารยังไง ไม่ก็มี Data Scientist นับสอด อยู่ว่าไม่สมรรถแจ้งแหวประกาศกลุ่มนี้ตวาดจะหยิบยกเจียรใช่ในปลายงานประกบคว้าเช่นไร โน่นแล้วก็ดำรงฐานะกรรมวิธีสำคัญในอนาคตสรรพสิ่งองค์กรแตกต่าง ๆ ตวาดคุณจะสมรรถปรับเปลี่ยนประกาศเหล่านี้มาใช้แน่ๆได้มาเพียงใด คนแห่งหนชดใช้แน่ๆได้ก็สมรรถอยู่รอดได้มาข้างหน้า ทัศนียภาพขนมจาก Thư Anh, Unsplash ข้อเขียนโดย: เจ้าเอ็งเก่งกาจ ชลายุทธ (MOLEK)Co-Founder & Visionary at Chaos Theory บทความอื่นแห่งหนคุณคงแยแส 3 ทางรอด Agency แห่งวันที่จักไม่เหลือหลอแห่งหนยืนขึ้นอีกต่อไปDigital Transformation จำต้องริเริ่มที่มนุษย์ไม่ใช่เช่นนั้นแห่งหนเครื่องอุปกรณ์Brand Purpose บทเรียนขนมจากจอเงินประเทศไทยแห่งหนมีผลกระทบความเลื่อมใสสรรพสิ่งผู้บริโภค