End of the walk way : ลายแทง การทำงานสบายดีสุดขอบในที่แหล่งหล้า

ใครหิวปฏิบัติการสบาย วันนี้มีกิจการงานมาแนะนำ เป็นภารกิจแห่งส่วนตัวดูแล้วดุควรจะ “สบายดีเต็มที่ในที่โลก” การทำงานตรงนี้ไปเหลือบเห็นลงมาสถานที่เมืองชินไน (Chennai) ชมพูทวีป … แต่ว่าชินไน อาจจะครอบครองชื่อเสียงเรียงนามเมืองสถานที่ชื่อไม่ชินหูเหมือนนครเลห์-ลาวางกับดักฮ์, อัมือา, เบันดาลลี, หัวมุมไบ ไม่ก็ การมีชัยชนะอุดระ แต่ว่าไชนะไนก็ครอบครองนครแห่งประกอบด้วยขนาดใหญ่ประเภท 4 สรรพสิ่งแดน เป็นเมืองอุตสาหกรรมภาพยนตร์ประเภท 2 รองขนมจากหัวมุมไบ ด้วยกันครอบครองนครแห่งมีวัฒนธรรมเก่าแก่แรงกล้าในโลก ยิ่งไปกว่านี้ ชินไนอีกทั้งเป็นเมืองแห่งสถาบัน ECA International การศึกษาค้นคว้าต่อจากนั้นบอกดุ “คุณภาพชีวิตบริสุทธ์สุดขอบในที่ประเทศอินเดีย” ทว่า สถาบัน Mercer จะบ่งบอกดุคุณภาพชีวิตครอบครองคู่รองขนมจากเมืองหลวงเดลลี แต่ในข้างสวัสดี ศาสนาเชนไนมีตำแหน่งงานก่อเกิดอาชญากรรมน้อยที่สุดในที่ประเทศอินเดีย กับนั่นทำให้นครนี้สามารถเรียกหาความน่าสนใจกับดักนักลงทุนต่างประเทศได้มามาก จะอย่างไรก็ตาม “ภารกิจแห่งสบายแรงกล้าในพื้นโลก” ตรงนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ คุณภาพชีวิตที่สะอาดแรงกล้าในอินเดีย หรือไม่ก็แม้แต่เสียงอุตสาหกรรมจอเงินวรรณะ 2 สรรพสิ่งแดน แต่ยุ่งเกี่ยวกับคดีดำรงฐานะ “นครจริต” สิ่งของประเทศอินเดีย ศาสนาเชนไน ดำรงฐานะบุรีติดทะเล กับมีท่าอากาศยานสำคัญ ประกอบด้วยการขนส่งสินค้าเข้า-ออกลูกมากมาย ขณะเมื่อนั่งลงรถโคจรอยู่ในศาสนาเชนไน งานปะทะประกบปีกพร้อมด้วยรถคอนเทนเนอร์ขนาดยักษ์ ซ้าย-ทักษิณ-หน้า-ข้างหลัง ดูจะเกิดเรื่องธรรมดา จนถึงการสัญจรพาฉันไปที่ไหนเขลา แต่ว่าข้าพเจ้าได้มาเจอรถคอนเทนเนอร์สถานที่ “ไม่ปกติ” ความไม่ธรรมดาถือเอาว่าการที่ได้เหลือบเห็นรถคอนเทนเนอร์หยุดจัดเรียงกันเป็นระยะมุขยาวมากมายกิโล ใช่ครับผม หยุดกันแวงกันมากมายกิโล มิใช่มากเมตร ยาวไม่มีเงินข้าพเจ้าสังเกตเห็นได้ และจำเป็นจะต้องถามกลับมนุษย์พื้นที่ตวาด “รถยนต์ก๊กนี้เค้ามาหยุดห้ามทำไม?” เพราะจ้องขนมจากสายตา ฉันเชื่อว่าควรประกอบด้วยหลายร้อยคันที่จอดจัดต่อกัน แม้จะบ่งบอกว่าหยุดละเก็บก็ดำรงอยู่มิได้ ก็เพราะว่าทั้งหมด “ประกอบด้วยคนขับรถนั่งรอสิงสู่” คนพื้นที่บอกเกล้าผมตวาด คนก๊กนี้แววลงมาจอดรถคอนเทนเนอร์รอคอย เพื่อจะลำเลียงของซื้อของขายลงเรือ “โอวกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมว…” เกล้าผมบอก “ต่อจากนั้นแบบนี้จำต้องรอคอยนานเท่าใด?” เกล้าผมถามกลับทาบ “เจ้าเอ็งทบทวนดูว่าจำเนียรเท่าไหร่แหละ” มนุษย์อินเดียพิสูจน์ถามกลับฉันหวนกลับมั่ง “อืมมมม 5-6 ชั่วโมง?” มนุชประเทศอินเดียใบหน้าเหยเก หลังจากได้ข่าวคำเฉลย ต่อจากนั้นเอ่ยปากครบครันเสียงดำขำในลำคอว่า “5-6 ครู่มันโหรงเหรงน้าสาวาายยยย แถวยาวสัดส่วนนี้ อีตรงนี้ไม่เห็นหรือไม่ก็ยางงาช้างายย” พูดไปก็โยกหัวไปฉบับร่างคนประเทศอินเดีย “แล้วจำเนียรเท่าใดอ่ะ?” ฉันอีกทั้งงงไม่หาย “2-3 วัน” ข้าพเจ้าร้อง โอววว อีกรอบ ก่อนที่จะสอบถามเรื่องเบ็ดเตล็ดแล้วพบพานว่ามันสมองมันสมอง คนขับรถคอนเทนเนอร์ ครั้นเข้าที่นี่ เหล่าแววต้องจอดรอคอยเพื่อที่จะทาบคิวนำสิ่งของลงเรือ แต่คดีที่แววต้องรอคอยสิงสู่บนรถยนต์แบบนี้ก็ก็เพราะว่าจำต้องรอคอยเคลื่อนที่รถยนต์ครั้งใดก็ตามตรงหน้าเค้ายกมาของลงเรือไปต่อจากนั้น เพราะฉะนี้หากจักจอดรถยนต์ละวางนาน 3 กลางวันหลังจากนั้นค่อยกลับใหม่ อาจจะได้กระแทกแซงแน่นอน งานตรงนี้ด้วยฉัน จึ่งดำรงฐานะกิจธุระแห่งควร “สบายสุดขอบในที่พื้นโลก” หรือไม่ก็คง “น่าชังน้ำหน้าเต็มที่ในที่พื้นแผ่นดิน” ตรงนี้ก็ตามทีมนุชจะคิด โหล่ข้าพเจ้าถามว่า มนุชพวกตรงนี้แววจะรับประทานอาหาร จรห้องอาบน้ำเช่นไร? คนอินเดียบอกฉันดุ “ตามข้างทางจะประกอบด้วยลูกวิ่งส่งของกิน ค้าขายอาหารอยู่ ส่วนห้องน้ำ หากอยากเข้า ก็ไหว้วานคันเบื้องหลังมองดูรถแยกออก ไม่ก็จะยืนจ่อที่ด้านถนนก็อาจจะไม่ว่าอะไหน” ใครแยแสงานสบายดี.มันสมอง เชิญพอดีชินไน