3 เทรนด์การตลาด Social Media แห่งหนจำเป็นต้องจับตาดูณพรรษา 2020 ขนมจาก HootSuite

HootSuite ผู้ให้บริการเครื่องใช้ไม้สอย Social Media Management ชื่อดังของพื้นโลก และดำรงฐานะพาร์ทเนอร์หลักเขตของ We Are Social แห่งสมรู้ร่วมคิดทำข้อมูลและสถิติงานชดใช้ตัวนำดิจิท้ัลออกมาทุกปีเพื่อที่จะโฆษณาชวนเชื่อแจกนักการตลาดทั่วโลกนำจรเชิงอรรถ ได้ก่อจับใจความ Social Media Marketing Trend 2020 ขนมจากงานสัมภาษณ์นักการตลาดมากกว่า 3,000 มนุช ด้วยกันสังสนทนากับดักผู้เชี่ยวชาญที่วงการยิ่ง หมายรวมอ้างอิงประกาศขนมจาก research ของบริษัทด้วยกันหน่วยงานราวกับ ๆ อาทิ Deloitte, eMarketer, Gartner GlobalWebIndex และ The CMO Survey ซึ่งเรียงความดังกล่าวได้บรรยาย 5 เทรนด์ปีกการตลาด Social Media แห่งหนนักการตลาดต้องจับตามองที่พรรษา 2020 แต่ว่าณข้อเขียนตรงนี้ข้าพเจ้าขอคัดเลือกลงมา 3 เทรนด์ เพื่อจับใจความจ่ายนักการตลาดไทยแห่งสืบหา Creative Talk Live ทุกคนนะครับผม ด้านอีก 2 เทรนด์ที่เหลือ ตามที่มีประกาศและรายละเอียดแห่งน่าสนใจแห่งหนมีค่านำไปเสริมแต่งดามที่ข้อเขียนต่อไป ๆ จรครับผม 1. หาความทัดเทียมระหว่างการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในต้นฉบับสาธารณะ (public) และต้นฉบับเฉพาะตัว (private) ปี 2019 นับเป็นปีสิ่งของ messaging รวมหมดจากงานแห่ง Instagram โหมโรง ‘Threads’ Messaging App เพื่อให้ผู้ใช้งานติดต่อกับดักเพื่อนเกลอ ไม่ก็ LinkedIn แห่งหนเริ่ม Teammates ช่วยแจกผู้ใช้งานต่อเนื่องกับมนุชที่ทำงวนเวียนสมรู้ร่วมคิดที่พื้นแผ่นดินอันที่จริง และการที่ CEO สิ่งของ Facebook ประกาศนโยบายที่จะตะบึงรวมงานเชื่อมต่อของ Messenging App ในเครืออย่าง Messenger, Instagram ด้วยกัน WhatsApp ฉิวเฉียวคู่ในตรีมนุชระบุแหว เขาทั้งหลายรู้ผ่อนคลายใจยิ่งกว่าที่จะแชร์ข้อความแตกต่าง ๆ กับเกลอหรือว่าครัวเรือนแห่งสนิทผ่านทาง Messenging App ทั้งหมด ด้วยกันขนมจากงานสัมภาษณ์เทศมนตรีปีกการตลาดขั้นสูงฉิวเฉียวกึ่งที่ HootSuite เจาะจงตวาดพวกเขากำลังให้ความสำคัญกรณีการวาง content strategy เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพในช่องทาง private เหล่านี้ ถึงอย่างไรก็ตาม ติดสอยห้อยตามข้อคิดเห็นสิ่งของ HootSuite อนาคตกาลสรรพสิ่ง Social Media คงจะเปล่าเป็น “private” เพราะว่าดีพร้อม เพราะว่าผู้ใช้งานยังคงมุ่งกินโพสต์แห่งแจกการละเล่นทั้งหมด อ่านข้อมูล และควานหาประกาศเกี่ยวกับสินค้ากับบริการ ที่สำคัญมนุชเป็นส่วนใหญ่ยังคงพานพบพบแบรนด์นวชาต ๆ (Brand Discovery) มุขออนไลน์บน Social Media มากกว่าซีกเทียว ดังนี้ ในพรรษา 2020 จึ่งสำคัญจังที่นักการตลาดต้องหาดวงทัดเทียมระหว่าง public และ private ที่งานก่อ Social Media Marketing Public: เหมาะกับการก่อสร้างการรับรู้ (Drive awareness)Private: คือว่าช่องทางที่จะสร้าง engagement แห่งหนสื่อความหมายฉบับร่าง 1 ประกบ 1 หนึ่งที่ตัวอย่างที่ทาง HootSuite ยกขึ้นลงมาคือว่า การทำการตลาดสรรพสิ่ง App ตั้งใจชื่อเสียงเรียงนาม Headspace แห่งหนใช้คืน Social Media ในงานก่อสร้างการรับรู้แจกแบรนด์ (Brand Awareness) หลังจากนั้นใช้ Facebook Group ต้นฉบับดับแห่งจำเป็นต้องขออนุญาตเข้าร่วมก่อน พอให้ผู้ใช้งาน App ลงมาคุยความการทำสมาธิ ถามกลับคำถาม กับแชร์เรื่องราวเกี่ยวการนั่งสมาธิในหมู่สมาชิก ซึ่งยุคปัจจุบัน Facebook Group นี้ประกอบด้วยสมาชิกยิ่งกว่า 17,000 มนุช อย่างไรก็ดี Facebook Group อย่างนี้มิใช่แห่งหนที่จะยอมโพสต์โฆษณาผลิตภัณฑ์กับบริการ เลี่ยนกำลังดีจะเป็นทางที่จะลุ้นสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้ซื้อ กับสร้างเรื่องดำรงฐานะชุมชนขึ้นมา อันที่น่าก่อณปี 2020 ก่อสร้างวิถีทางของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะนำเขาทั้งหลายขนมจากทาง public เจียร private โดยสามารถใช้ทั่ว Facebook Ads ด้วยกัน Instagram Ads ณการแนะนำพวกเขาถึงทาง private ดังที่กล่าวมาแล้ว เพื่อที่จะเข้าสังสนทนากับดักแบรนด์และผู้บริโภคคนอื่นๆ ๆ ได้มา ใช้การประสานระหว่างการใช้คืน chatbot และคนจริง เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับดักผู้บริโภคบนบานศาลกล่าว social media เพราะว่าเตรียม Chatbot เพื่อจะตอบคำถามแห่งหนผ่านพบเป็นนิตย์ ซีกแอดไม่นคนจริงประกอบด้วยไว้เพื่อคุยรองความแห่งหนมีความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ เพราะว่ามีลูกค้ามากกว่ากึ่งแห่งหงุดหงิดเมื่อเปล่าสมาการจราจรติดขัดทาบมนุษย์สิ่งของแบรนด์ได้มาพอมุ่ง เคารพความเป็นส่วนตัวณช่องทาง private แทนที่จะพากเพียรขายของต้นร่างแออัดยัดเยียดทุกเมื่อ เราอ่อย ๆ ก่อสร้างจ่ายผู้บริโภคมีความรู้สึกดี ๆ ที่ระยะยาว แจกข้อมูลแห่งหนมีค่ากับเขาทั้งหลาย ยิ่งกว่าจักบอกแหวฉันกำลังจะจำหน่ายอย่างไร (เช่น สมมติว่าดีฉันครอบครองสินค้าแม่กับลูก แทนที่จะค้าสินค้าเราที่ Group พางชนิดเดี่ยว ดีฉันแยกออกข่าวสารบริสุทธ์ ๆ ณงานดูแลเด็กบางตา หรือลุ้นหาคำตอบแจกกับดักคนในกลุ่มครั้นมีมนุษย์ย้อนถามกระทู้ถามเกี่ยวการเลี้ยงลูกเข้าขอรับ) 2. ก่อสร้างความแน่ใจแจกบุคลากรสรรพสิ่งเราประกบกรณีข้อคิดด้านสังคม 75% สรรพสิ่งเจ้าหน้าที่เชื่อตวาด กงสีไม่ก็แบรนด์ที่เขาทั้งหลายทำแจกจักเลือกสร้างณสิ่งแห่งหนถูกต้องเสมอ ซึ่งมากกว่าความมั่นใจที่พวกเขามีแยกออกกับดักรัฐบาลด้วยกันตัวนำ พวกเขาประสงค์ดุหุ้นส่วนของพวกเขาจำเป็นต้องมีส่วนทำให้พื้นแผ่นดินตรงนี้ดีขึ้นหามิได้ทำเพื่อจะผลประโยชน์อย่างผู้เดียว โดยเฉพาะคุ้น Millenials แห่งระบุข้อคิดด้านสังคมแห่งหนเขาทั้งหลายอยากจ่ายแบรนด์และบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ความการล้อมรอบสารภาพความหลากมุขความคิดด้วยกันขนมธรรมเนียม ความยุติธรรม งานมีส่วนร่วมกับที่สาธารณะ ด้วยกันการพัฒนามนุษย์และบุคลากร ยกตัวอย่าง หุ้นส่วน Citi คว้าสืบสวนความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้ของเจ้าหน้าที่ผู้ชายกับบุคลากรอนงค์แม้มีฐานันดรและการงานเดียวกัน เสียแต่ว่าบุคลากรหญิงสาวมีเงินรายได้น้อยกว่าจด 29% ดังนี้ มุข Citi จึ่งเลือกคัดที่จะออกมาพูดความตรงนี้ เพราะว่าสร้าง campaign #itsabouttime ขึ้นไปมา และเล่าเรื่องเปลี่ยนวิดีโอสัมภาษณ์พวกธิดาสรรพสิ่งบุคลากรสรรพสิ่ง Citi เพราะย้อนถามกระทู้ถามตวาดพวกเขารู้สึกอย่างไรแห่งหนผู้หญิงได้มาดอกเบี้ยต่ำกว่าชายหนุ่ม Citi มุ่งสร้างทางด้วยกันแยกออกความเชื่อมั่นแยกออกพนักงานกับเข้าผู้เข้าคนตวาดมุข Citi ยืนยันที่จะปรับเปลี่ยนเรื่องเรื่องเปล่าเทียบเท่าตรงนี้ ที่ปี 2020 แบรนด์ใดแห่งหนสามารถแยกออกความเชื่อมั่นกับดักบุคลากรคว้าแหวจะเลือกสร้างสิ่งที่แน่นอน จะประกอบด้วยเรื่องได้ปรียบณการแข่งขันมากกว่าปรปักษ์ เพราะว่าขนมจากข่าวสาร บริษัทที่มีจุดหมายความข้อเสนอแนะด้านสังคมอย่างแจ่มแจ้งสามารถโตเร็วยิ่งกว่า 3 ทัดเทียม เปรียบเทียบกับดักหุ้นส่วนแห่งหนพ้นไป ด้วยกันอีกต่างหากประกอบด้วยความพึ่งดีใจของพนักงานและลูกค้าสูงกระทั่งเช่นกัน (หรือว่าอีกต้นแบบคือว่า กรณีของความครอบครอง eco-friendly ความเอาใจใส่กับรับผิดชอบประกบแหล่งหล้าและภาวะแวดล้อมก็ครอบครองข้อเสนอแนะด้านสังคมแห่งหนครอบครองแนวทางสิงสู่จังณในเวลานี้ ชันษา 2020 แบรนด์จำเป็นต้องทำให้ทั่วเจ้าหน้าที่ด้วยกันผู้บริโภครับทราบกับเข้าใจตวาด สินค้ากับบริการของเราตั้งอกตั้งใจความรักษ์พื้นแผ่นดินยิ่งนักเพียงใด รวมถึงทำเอาบุคลากรมีส่วนร่วมและดำรงฐานะส่วนหนึ่งส่วนใดสรรพสิ่งข้อคิดเห็นนี้ด้วยครับผม) กับมั่นเหมาะตวาด พอเจ้าหน้าที่รู้สึกดุหุ้นส่วนหรือแบรนด์แห่งพวกเขาดำเนินการแจก แจกสิ่งดี ๆ แจกกับดักเข้าผู้เข้าคนกับเลือกคัดก่อที่อันที่แน่นอน พวกเขาล้วนแล้วไปด้วยโหยจักแชร์ด้วยกันเล่าเรื่องเหล่านี้ยอมบน Social Media ต่อไปด้วย อันแห่งน่าทำที่ชันษา 2020 อย่าเพียงเอ่ยปากจำเป็นต้องทำเช่นกัน เพราะลูกค้าจักจับได้แหวเมื่อไหร่แห่งแบรนด์แค่โหนแนวทางข้อคิดด้านสังคมเพื่อจะประโยชน์ทางราชการท้องตลาดแต่ไม่ไหวตั้งใจณความนั้นแน่ๆ ๆ ดังนั้นไม่ว่าจักชี้แจงข้อเสนอแนะไรมุข Social Media จำเป็นต้องถือใจตวาดดีฉันเองให้ความสำคัญกับข้อคิดนั้นจริงๆ ๆ ในองค์กรด้วย ก่อดำรงฐานะจารีตตั้งแต่ด้านบนมา เพราะว่า 71% ของพนักงานหลงเชื่อแหว CEO ด้วยกันผู้บริหารระดับสูงสิ่งของพวกเขาต้องจัดแสดงกับเป็นเหตุให้เห็นตวาดใส่ใจในข้อเสนอแนะด้านสังคมจริง ๆ ถ้ามีเรื่องมีราวไรก็ตามที่แจะกับข้อคิดดังกล่าวจากหลักหรือความประพฤติเพราะว่าสรรพสิ่งคนของแบรนด์ CEO จำเป็นต้องออกมาเอ่ยปากจัดโชว์เรื่องสารภาพผิดชองกับขยายความในนโยบายในการปรับปรุงหรือป้องกันเปล่าจ่ายมีขึ้นอีก ก่อสร้างพนักงานแยกออกดำรงฐานะปากเสียงของแบรนด์ พอฉันก่อสร้างความเชื่อมั่นจ่ายกับบุคลากรแล้วดุแบรนด์สรรพสิ่งเราใส่ใจที่ข้อคิดด้านสังคมแน่ๆ ๆ ดีกรีถัดไปเราจำต้องสร้างแยกออกเจ้าหน้าที่ครอบครองกระบอกเสียงสรรพสิ่งแบรนด์เช่นกัน (Brand Avocacy) พอให้พวกเขาส่งต่อเรื่องราวดีงาม ๆ กลุ่มนี้ณตัวนำ Social ต่อไป 3. การท้าช่วงชิงสิ่งของ TikTok TikTok ครอบครอง App แห่งหนถูก install ยิ่งนักเต็มที่ใน Q1 ปี 2019 และมี monthly active user ยิ่งกว่า 800 กล้อนมนุชทาบจันทรา เพราะแต่ละคนเปลืองเวลาคาด 46 นาทีประกบทิวา ดีฉันจักเริ่มเห็นหลังจากนั้นดุวิดีโอสั้น ๆ ย้ำบันเทิงเริงรมย์ของ TikTok นี้ไม่ผิดนำจร repost บนบานศาลกล่าว Instagram, Facebook, Twitter ทาบอีกที กลายเป็นปรากฎการณ์ social content แนวทางใหม่ จนมีส่วนเป็นเหตุให้นักร้องผู้บรรเลงและผู้สรรค์ชิ้นงานเสียงเพลงจำต้องชี้แจงเสียงดนตรีที่เหมาะสำหรับงานเอาท่องฮุ๊กใกล้หูครบครันจริตดิ้นแยกออกมนุษย์เจียรเล่นกันประกบณ TikTok เช่นกันเหตุเหล่านี้จึ่งทำเอาพรรษา 2020 TikTok ตกเป็นคู่ต่อสู้ระดับเอ็ดที่จะแยกระยะเวลาผู้ใช้งานขนมจาก platform หลักประการ Facebook ต้นฉบับหลบไม่ไหว แม้ฉันจะไม่สามารถรู้อนาคตกาลสิ่งของ TikTok ได้ดุจักสิงสู่ช้าจริงหรือเปล่า หรือจะครอบครองทางห้วน ๆ ลงมาแล้วก็แล้วกันไปหรือเปล่า เพราะว่าแม้จะประกอบด้วยเด็กรับใช้การงานมากก็จริงแต่ว่าปัจจุบันสัดส่วนการก้าวหน้าเริ่มน้อยลงแถมพกผู้ใช้งานกว่า 60% ดำรงฐานะวงในประเทศจีน TikTok อีกต่างหากประกอบด้วยการงานที่จำต้องสร้างอีกมากณสุดยอด แต่เราก็ไม่เอาใจใส่ TikTok จรไม่ได้เพราะนับว่าเป็น platform ที่เข้าถึงกลุ่ม gen Z ชนมพรรษา 16 – 24 พรรษา ซึ่งคิดครอบครอง 69% สรรพสิ่งผู้ใช้งานทั้งหมด อันที่น่าสร้างที่พรรษา 2020 ถ้า Gen Z เป็นกลุ่มเป้าหมายของเธอ และนันท์กับขึ้เล่นดำรงฐานะโทนทานที่เหมาะสมกับดักแบรนด์ ในปี 2020 ดำรงจำต้องเริ่มก่อสร้าง content ณ TikTok หลังจากนั้น เสียแต่ว่าถ้าหากมิได้ควรมองข้าม TikTok ไปก่อนแล้วหยิบยกระยะเวลาไปลงแห่งหน social platform อื่นน่าจะเป็นต่อ อาทิ content ชนิดละม้ายห้ามอย่าง Instagram Stories หรือว่า LinkedIn live video แห่งหนเพิ่งจะโหมโรงจร ทดลองริเริ่มประลองกับดัก social platform อื่น ๆ เหนือ Facebook, Instagram, Twitter ดูบ้าง อาทิ Pinterest แห่งหนมี 322 ล้าน monthly active user ทั่วโลก หรือว่า LinkedIn แห่งหนประกอบด้วยผู้ใช้งานมากกว่า 650 โล้นทั่วโลก งานเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใน platform แห่งเล็กมากกว่าจักสมรรถลุ้นกรณีสรรพสิ่งงานมากขึ้น website traffic และ engagement แจกแบรนด์ได้มา ถ้าท่านไรยั่วอยากอ่านรายละเอียดเรื่องเทรนด์การตลาด Social Media แห่งหนจำต้องจับตามองที่ชันษา 2020 ขนมจาก HootSuite สมรรถเข้าอ่านประเทืองเหมาะ The 5 Most Important Social Media Trends to Watch for in 2020 ซีกใครแห่งโหยตรวจฟัง Trend อัพเดทเพื่อนักการตลาดไทย อย่าเลอะเลือนจรงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2020 “TRENDS & CONVERSATIONS OF THE NEW DECADE” ที่เต็มไปด้วยเนื้อหาปีก Creative/Design, Marketing, Innovation/Technology, Entrepreneurship ด้วยกัน People Management และเต็มไปด้วย speaker ดุจ ๆ สิ่งของวงการอุดม ตอนนี้ตั๋วเหลือโหรงเต็มแก่ รีบกดจับจ่ายกันโดยไวหนอครับ ภาพอธิบายขนมจาก Marten Newhall, Unsplash อัปเดตทั้งปวงเทรนด์ปี 2020 เหมาะนี่ การต่อสู้ฐานันดร มหิทธิพ่อค้าชาChief Digital Officer & Co-Founder at The Flight 19 Agency บทความอื่นแห่งคุณอาจจะตอแย Thailand Digital Marketing Trends 2020Generations Trend 2020 สรุปทั้งปวง Insight เข้าใจผู้ซื้อแต่ละ Gen4 Graphic Design ไอเดียเพราะด้วย Social Media ปี 2020