มอง Data ก็รู้ใจ เปลี่ยนการตลาดต้นร่าง Hyper Personalization

‘ไม่ใช่เช่นนั้นเพียงจำชื่อเสียงเรียงนามได้ แต่แจ้งด้วยว่าเราชอบกระไร ไม่ชอบอะไร’ ผิดำรงฐานะมนุชสนทนาแห่งพละเกี้ยวพาราสี ๆ กันสิงสู่ หากเข้าใจลึกรู้แน่นอนขนาดนี้ ก็สอบได้ได้เกิน! เช่นเดียวกันกับดักการกระทำการตลาดแบบ Hyper Personalization สถานที่ไม่ใช่เช่นนั้นเพียงรู้จักมักคุ้นดิฉันต้นฉบับผิวอีกต่อไป แม้ว่าเลี่ยนคือ ‘ดีกรีสุดๆ’ สรรพสิ่งงานทำ Personalization ที่จะเป็นเหตุให้ผู้บริโภคมีกรรมสิทธิ์ความชำนาญแห่งหนสะอาด ด้วยกันยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้น Hyper Personalization คือการเรียนดูใจร่างระดับสุด! เทรนด์เอ็ดภูมิหลังพลังในที่ชันษาที่ผ่านมา ลงความว่า Personalization การทำการท้องตลาดแบบเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น อิฉันจะมองเห็นได้มาว่าพอดิฉันเสิร์ชข่าวกระไรจรก็จักริเริ่มมีงานเหนี่ยวไกการโฆษณาแห่งพัวพันตรงนั้นมาจ่ายอิฉันบนบานศาลกล่าวโซเชียลมีเดีย หรือการแห่งแบรนด์ส่งกรณีมาดิฉันเพื่อที่จะรุ่งแจ้งห้ามแบบแห่งเรียกขานสิ่งของเราอีกด้วย ที่ผ่านมาก็ดูเหมือนจักนั่งในหัวใจมาเก็งหนึ่งจากนั้น แม้ว่าแค่รู้จักมักจี่ชื่อดิฉันอย่างเดียวอีกทั้งไม่พอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่วันที่ Personalization ตกเป็นกรณีธรรมดาๆแห่งปัจจุบันนี้จรต่อจากนั้น ขยายความในปันออกเห็นภาพห้ามอีกสักนิด Hyper Personalization คืองานแห่งแบรนด์เรียนรู้ ศึกษาด้วยกันวิเคราะห์พฤติกรรมสิ่งของผู้ซื้อโดยละเอียดมากขึ้น เรียกหาได้แหวเข้าใจลึกเข้าใจจริงๆเหมือนดำรงฐานะคนรักแห่งหนติดตามชีวิตินทรีย์อิฉันพ้นก็ดุได้มาอย่างนางงาม A เคยชินเสิร์ชควานหาบาทุกาวิ่งในที่เว็บไซต์สิ่งของแบรนด์ หากเสร็จ Personalization ธรรมดา ก็อาจประกอบด้วยโฆษณาการวิ่งมาชนอิฉันแบบชัดๆ พ้นว่ามีบาทุกาวิ่งมาแนะนำตัว ทว่าผิอิฉันก่อ Hyper Personalization ชิ้นแห่งหนผู้ซื้อได้มาเผชิญการโฆษณาจะลุ่มลึกอีกทั้ง แบรนด์จักเข้าใจว่าความจริงต่อจากนั้นนางสาว A มิได้นักกีฬาวิ่ง ด้วยกันปรารถนาที่จะจับจ่ายใช้สอยเพียงบาทุกาวิ่งต้นฉบับไม่ได้แน่แท้จำเป็นต้องเป็นเบี้ยล่างเท้าวิ่งเทวะเพราะหลายวิ่งปราบสถิติ ทว่านงคราญ A เป็นล่าช้าติดตามเทรนด์ ย้ำประกอบด้วยอุปกรณ์ครบถ้วนไม่ตอบโต้ ๆ ครั้งนี้การโฆษณาที่จะเจียรเข้าตากรรมการก็จะเสียเปรียบเท้าวิ่งสถานที่ราคาเปล่าพลัง พร้อมกับแนะนำตัวเครื่องมือเครื่องใช้กีฬาอื่นๆ แห่งเก็งแหวนางสาว A จักจำเป็นจะต้องเปล่าคลาดด้วยพร้อมด้วย แบบนี้เป็นต้น นอกจากนี้ Hyper Personalization ยังประสบความสำเร็จกระทำการท้องตลาดแห่งบ้ายสารเสพติดผู้บริโภคได้เข้มแข็งเต็มแรงๆ ด้วย ป้ายยาเสพติดร่าง Hyper Personalization สถานที่ก่ออิฉันแพ้ทาง หลายคนควรเจนเผชิญรูปการณ์แห่งเจอเกลอ หรือคนรู้จักลงมาแนะนำตัวผลิตผลบางอย่าง จนเรารู้แหว “จำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอย” กันมั่งแหละ งานก่อ Hyper Personalization มิได้แค่นั่งในหัวใจเช่นชนิดโดดเดี่ยว แม้ว่าอีกทั้งเสมอเหมือนการป้ายยาผู้บริโภคร่างสะอาด ๆ พร้อมด้วย เพราะมิได้เพียงรู้แหวผู้ซื้อชอบไหมพอใจกระไร แต่แบรนด์เข้าใจเพราะว่าผู้ใช้ ‘จำนน’ แบ่งออกกับอะไรมั่งที่จะเป็นเหตุให้เขาทั้งหลายตรงนั้นปลงใจจับจ่ายใช้สอยได้สมบูรณ์ ยอมเสียเงินเสียทองได้ง่ายขึ้นไป อาทิเช่น บางคนรู้สึกแพ้ถ้อยคำดุ 1 แถม1 , Sale ตรากตรำลด 50% แบรนด์ก็จักเหนี่ยวไกการโฆษณาหรือไม่ก็คอนเทนต์นั้นๆ เยี่ยมเยือนผู้บริโภคสรรพสิ่งเขาแบบบังเอิญจรเลย ทว่าถ้าบางท่านคงจะแพ้กับดักคำแหว Limited Edition ก็จะไม่ได้รับการโฆษณาแห่งหนกล่าวถึงสรรพสิ่งตัดราคาสักเท่าไร ผิอีกต่างหากครุ่นคิดทิวภาพไม่ออก พิสูจน์ตรึกตรองต้นฉบับครอบครองขั้นดำรงฐานะช่วงสมบูรณ์ สมมติเจ้าเอ็งดำรงฐานะแบรนด์ก่อสร้างแบรนด์หนึ่ง พบพานแหวนาย B เคยชินเสิร์ชควานบันได ด้วยกันแบรนด์เองก็เคยชินลั่นกระสุนโฆษณาการจากไปต่อจากนั้น ต่อจากนั้นผู้เป็นใหญ่ B จรซื้อบันไดลงมาแล้ว แม้ว่าแทนที่จะลั่นกระสุนโฆษณาตัวเดิมทีกลับเจียรซ้ำๆ ปันออกผู้เป็นใหญ่ B แบรนด์ก็ผลัดกันขนมจากงานลั่นไกการโฆษณาบันได จรลั่นไกโฆษณาการเครื่องมืออื่นๆ แห่งหนกะแหวผู้เป็นใหญ่ B จะจับจ่ายผลัดเปลี่ยน เพราะว่าทั้งเพทั้งมวลนี้จักมาจากงานเก็บประมวญ Data ของข่าวลงมาอย่างสม่ำเสมอ อาทิเช่น พฤติกรรมสิ่งของผู้ซื้อ, ข้อมูลการเสิร์ชควานปะปนกัน หรือว่าแม้กระทั่งข่าวแห่งหนอิฉันคุ้นโพสต์ยอมจรติดตามโซเชียลมีเดียก็ตาม เช่นดีฉันคงจะเปล่าเคยเซิร์ชจดรองเท้าวิ่งมาก่อน ทว่าเจนโพสต์ถามถึงรองเท้าวิ่งในที่ Pantip วันดีคืนดีก็จักมีแบรนด์แห่งหนยิงโฆษณาการบาทุกาวิ่งมาสู่ดีฉัน เป็นอาทิ ครั้งนี้ทุกคนก็คงจะพอเห็นภาพกันหลังจากนั้นจัดการสร้าง Hyper Personalized Marketing นั้นประกอบด้วยสารรูปเป็นเช่นไร คำถามต่อจากนั้นรวมความว่าแบรนด์จะนำ Hyper Personalization ไปประยุกต์ใช้ยังไงต่อคว้ามั่ง? กรณีศึกษาจาก Amazon แบรนด์อีคอมเไม่ร์ซระดับโลก อีกเอ็ดแบรนด์ที่ประสบผลเป็นอย่างมาก และดูท่าจักเจริญไม่จอดขนาดที่ในที่ช่วง COVID-19 ก็ตาม กรณีศึกษานี้รวมความว่าแบรนด์ Amazon สร้าง Hyper Personalization เพราะว่างานส่งอีเมลควานหาลูกค้าสิ่งของเขาเอง โดย Amazon เรียนรู้ และเก็บข้อมูลมาทั้งหมดขนมจากพฤติกรรมงานจับจ่ายลูกค้า มิใช่แค่งานยิงอีเมลหา ส่งโปรโมชั่นแตกต่าง ๆ จากไปแจก เสียแต่ว่า Amazon แจ้งแหวจะจำต้องส่งอีเมลเช่นไรเจียรเพื่อให้ตรงๆจิตใจกับผู้บริโภคยิ่งนักแรงกล้า ถ้าตวาดดีฉันชินเจียรเสิร์ชมองดูของที่เว็บไซต์เอ็ด ทว่าปลงใจไม่จ่าย บางทีเว็บไซต์ดั้งเดิมก็จะพุ่งถามดีฉันแหวตอแยแลดูของซื้อของขายดามไหม? แต่ว่า Amazon ทำมากกว่านั้น มุข Amazon จะไปดูเรื่องราวสั่งซื้อย้อนหลังสิ่งของดิฉัน เพื่อที่จะดูว่าที่เปลี่ยนมาดีฉันแยแสสินค้าแปลนไหน ราคาโดยเฉลี่ยสิงสู่ที่ประมาณการเท่าใด จากนั้นณหมวดผลิตภัณฑ์แปลนเดียวกันกับแห่งหนฉันสร้างการเซิร์ชเก็บเสียแต่ว่าไม่จ่ายดำรงฐานะเหตุไฉน ครั้นกระทำการวิเคราะห์สิ่งเหล่านั้นพร้อมสรรพต่อจากนั้น ก็จะตกเป็นคอนเทนต์อีเมลสถานที่ส่งคืนมาริดิฉัน เพราะว่าอธิบายของซื้อของขายสถานที่ตรงอารมณ์ทางใจฉันงอกงาม ด้วยกันจักไม่ไหวส่งกาลเวลาใดตกลงนะ แต่ว่า Amazon คัดที่จะส่งอีเมลควานณช่วงที่สามัญดีฉันมักเข้านวดจับจ่ายใช้สอยผลิตภัณฑ์ด้วย บ้ายยาเสพติดด้วยสิ่งของแห่งหนตรงๆจิตใจหลังจากนั้น ก็รวมความว่าคัดโยนยาในช่วงสถานที่ปกติดีฉันมักช้อปปิ้งด้วย ชดใช้ Data ณวันนี้ เพื่อหยุด Data ดามสำหรับอนาคต อย่าหลงลืมแหวมิใช่เท่าแบรนด์ฝ่ายเดียวที่สร้าง Hyper Personalization เสียแต่ว่าณ เวลานี้ทั้งปวง ๆ แบรนด์แห่งหนเริ่มจับ Data มานำไปใช้ในที่ข้างนี้จำเริญ โดยเหตุนั้นหากวันนี้ดิฉันยังปราศจาก Data ที่จังพอก็ต้องสั่งสม Data ตรงนี้จากไปเรื่อย เจียรพร้อมทั้งงานใช้ Data เหล่านั้นเพื่อที่จะดูด Data ใหม่ ๆ กลับมาวิเคราะห์ชกต่อยท้องแห้ง เพราะด้วยแห่งหนโหยจักเริ่มก่อ Hyper Personalization มีเช็กลิสต์เล็กมาก ๆ แยกออกเหตุฉะนี้รวมความว่า หยุด Internal Data, External Data กับ Partnership Dataเรียนรู้งานก่อ Hyper Personalization จากการ ‘ทำงานก่อ’แห่งหนสำคัญตกขอบรวมความว่า ใช้คืน Data พอให้เกิด New Data ด้วย เป็นคนรักห้ามก็จำเป็นต้องนั่งในหัวใจ สร้าง Hyper Personalization ยังไงก็จำเป็นจะต้องแยกออกลำพองลูกค้าเหมือนกัน ความ : CREATIVE TALKภาพ : สุธาทิพย์ รองสบาย ข้อเขียนอื่นแห่งหนคุณคงจะแหย่ จะกระทำการท้องตลาดยังไงกับคน Work From Homeรบวิกฤติการณ์โลกข้างหน้าด้วย Data เพราะว่าใช้คืนวิเคราะห์ความประพฤติสรรพสิ่งมนุชแหล่งหล้านี้นกเขาชดใช้ Big Data เพื่อที่จะผลัดกันวิธีพลิกแพลงทางงานได้มายังไง