พ้นสมัยที่งานละเลย จรดวันที่การทำงานจำต้องจัดแสดงความคิดเห็น

Don’t Do it ถือเอาว่า Slogan ล่าสุดของ NIKE แห่งออกมาเอ่ยปากแห่งในเวลานี้กับดักกรณีสิ่งของ George Floyd แห่งไม่ผิดตำรวจใช้ความรุนแรงพ้นกระทั่งเนื้อความณการจับกุม กระเป๋าแห้งเป็นเหตุให้สิ้นชีวิต นำไปสู่การจุดชนวนความไม่พอใจซ้ำกับความร้ายกาจที่มหาชนผิวดำสถานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บานปลายจวบจนการต่อต้านกับการจลาจลทั่วราชอาณาจักรอเมริกา ณ ณ เวลานี้ การแสดงจุดยืนสรรพสิ่ง NIKE ตรงนั้นมิได้ครั้งแรก แต่เป็นคราวสถานที่ 2 แห่งหน NIKE ออกมาหยัดยืนแหวแบรนด์ตนเองอยู่ด้านไหน พร้อมที่จะจัดการผลที่จะมีขึ้นตามมา ก่อนหน้านี้ NIKE คว้าสร้างการอุบัติกับดักการชดใช้พรีเซนเตอร์แห่งหนตลอดวงการการทำงานกลัวใช้กับนักกีฬา NFL แห่งถูกแบนขนมจากแวดวงจากไปอย่าง Colin Kaepernick เพราะมูลเหตุสถานที่นกเขาถูกแบนขนมจากวงการกีฬาตรงนั้นก็เพราะว่าเขาคือมนุษย์แห่งจุดชนวนงานคุกเข่าณในระหว่างที่รั้งขึ้นเพลงชาติสหรัฐอเมริกาครั้นเริ่มสิ้นสุดการชิงดีชิงเด่นทุกครั้ง เพื่อที่จะแสดงเจตนารมควันแห่ง์ทาบรูปการณ์คัดค้านความร้ายแรงของตำรวจทาบคนผิวดำเหตุเดิมขึ้นณประเทศสหรัฐอเมริกา กับเป็นเหตุให้นักกีฬาผิวดำมากมนุษย์เจริญรอยตามประการขวับ แต่พร้อมด้วยเหตุแห่งเจ้าตำรับกรุ๊ป NFL ส่วนมากเป็นคนผิวขาวแห่งหนมีความรักชาติอย่างมาก โดยเฉพาะหมวด conservative red neck ทำให้เกิดการคัดค้าน Colin Kaepernick อย่างมาก พร้อมด้วยการหาว่าหักหลังชาติหรือเปล่ารักชาติ เปล่าให้เกียรตินักรบแห่งคลอดเจียรต่อสู้เพื่อจะชนชาติ เป็นเหตุให้คณะ SanFrancisco 49 ต้องขับออกจากคณะด้วยกันถูกแบนจากแวดวงกีฬาจร ผู้สนับสนุนมากแบรนด์แตกต่างนำห้ามถอนตัวจรจนสิ้น แต่มี NIKE แห่งอีกต่างหากอยู่และอีกต่างหากจับจ่ายใช้สอยสินทรัพย์มอบแม้ไม่ไหวยกมา Colin Kaepernick มาดำรงฐานะพรีเซนเตอร์เองก็ตาม กระเป๋าแห้งพอ Campaign Dream Crazy สถานที่มีคำพูดที่เกาะใจชนิด “Believe in something. Even if it means sacrificing everything” สถานที่แสดงถึงจุดยืนครบครันที่จะหยวนเสื่อมโทรมทุกสิ่งเพื่อที่จะหลักแห่งตรงเผง ทำให้เป็นแบรนด์แต่ต้นๆ แห่งหนแสดงจุดยืนแห่งความไม่ลงรอยกันของเข้าผู้เข้าคน ก่อนหน้านี้ตรงนั้นแบรนด์อื่นๆ ประกอบด้วยเพียงแค่จุดยืนข้อคิดสิ่งแวดล้อมหรือข้อคิดเกี่ยวกับงานอนุเคราะห์สังคมข้างต่างๆ ไม่ว่าจะคนตกงานหรือไม่ก็ทหารผ่านศึก ความประพฤติสรรพสิ่ง NIKE ที่ตอนนั้นสร้างความโกรธมอบกลุ่มคนแห่งหนเห็นแย้งกับดักกรณีนี้อย่างมาก จนมีแนวทางงานประท้วงโดยงานย่างผลิตภัณฑ์ NIKE ละ ในทางกลับกันอีกด้วยจุดยืนสรรพสิ่ง NIKE นี้เป็นเหตุให้ NIKE เลือกสรรแล้วแหวจักมุ่งหมายใครลงมาเป็นผู้บริโภค กับได้หมวดผู้ส่งเสริมสถานที่ออกมาอนุเคราะห์เนื้อความอีกด้วยพร้อมด้วย แต่เอกสารถือหุ้นสิ่งของแบรนด์จักตก แม้ว่ายอดขายหวนกลับขึ้นไปมหาศาลเกินทีเดียว แน่นอนว่าข้อคิดเห็นหวั่นไหวดังนี้ ที่แหลมทองเองแบรนด์ปะปนกัน ไม่กล้าจัดโชว์ทรรศนะออกมา ก็เพราะว่ากลัวชำรุดทรุดโทรมผู้บริโภคหรือไม่ก็เสียภาพลักษณ์สรรพสิ่งแบรนด์หรือไม่ก็ธุรกิจ หลายหนเราจะรู้นิรุกติขนมจากแบรนด์หรือว่าการทำงานปะปนกัน แหวไม่เข้าใครออกใครทางการเมืองหรือเป็นกลางณประเด็นอ่อนไหวปะปนกัน แม้ว่าณต่างประเทศงานนิ่งเฉยหรือว่าปรากฏตัวว่าไม่เข้าใครออกใครที่ประเด็นต่าง ๆ ตรงนั้นปราศจากจริง เพราะว่าครั้นเจ้าเอ็งเลือกเฟ้นที่จะนิ่งเฉยหรือไม่ก็ทำครอบครองไม่ได้ยินไม่เข้าใครออกใครทาบข้อคิดเห็นใด ข้อคิดเห็นเอ็ดตรงนั้น แสดงว่าคุณคัดเลือกที่จะช่วยเหลือผู้จิกหัวทาบประเด็นนั้นๆ และแบรนด์ไม่ไหวต่อต้านหรือว่าสนับสนุนขับเคลื่อนประกบมนุชแห่งหนถูกกดขี่เลย อย่างความ LGBTQ ณไทย แห่งหนประกอบด้วยงานผลรวมโหรงยิ่งนักไม่ก็แบรนด์ผลรวมโกร๋งเกร๋งจังที่จะยืนขึ้นมาสนทนาข้อคิดนี้ ไม่ก็ยืนหยัดประกบเนื้อความตรงนี้ ซึ่งเช่นกันเหตุปิดปากไม่โต้ตอบนี้ทำให้ LGBTQ ในไทยเองก็ตกเป็นความ Taboo ณการงาน หรือนำมาโจ้แห่งตีนเย้าแหย่ณละครหรือกำหนดการต่าง ๆ แห่งหนกลายเป็นการสบประมาทคนหมู่นี้ทำแทน เช่นนี้ขนมจากการสำรวจสรรพสิ่ง Edelman บริษัทข้าง Communication Marketing กระทำพิจารณาลูกค้าชันษา 2018 ตวาดแบรนด์ควรจะมีทรรศนะเช่นไรทาบความข้อคิดเห็นความขัดแย้งต่างๆ สิ่งของสังคม ปรากฏตวาดในพวกลูกค้ากว่า 64% ครอบครอง ‘belief-driven buyers’ คือว่า จะเลือกคัดใช้คืนไหมชดใช้แบรนด์ที่มีจุดยืนตรงกับความนับถือสิ่งของตนเองณด้านต่างๆ ทั้งนี้ด้วยทางเข้าสังคมแหล่งหล้าแห่งเปลี่ยนไป ผู้ซื้อแตกต่างไม่เชื่อใจรัฐบาลมากขึ้นขนานใหญ่ และคาดหวังแหวแบรนด์ตรงนั้นจะครอบครองเฟืองเอ็ดแห่งหนสมรรถขับเคลื่อนเข้าสังคมมอบไฮเทค ด้วยกันก่อสร้างความเที่ยงตรงแยกออกแห่งสังคมคว้า ซึ่งแม่นมั่นแบรนด์แห่งหนซูบความคาดหมายกลุ่มนี้คว้า ล้วนแล้วไปด้วยได้มาหมู่ผู้บริโภคเหล่านี้ลงมาอยู่ในมือ ในทางกลับกันถ้าแบรนด์หรือว่าการงานที่เปล่าสมรรถสนองตอบนี้คว้า เทียรทำเอาผู้คนทั้ง 2 ฝ่ายในข้อคิดเห็นอ่อนไหวแตกต่าง ๆ คิดดุแบรนด์ตรงนั้นสนับสนุนข้าศึก กระเป๋าแห้งทำเอาแบรนด์นั้นเปล่าถูกคนกลุ่มใดเลือกพ้น ขณะเดียวกันงานแห่งหนแบรนด์ไม่ก็งานเลือกแหวจะยกขึ้นข้อคิดเห็นไรไม่ก็จัดโชว์ความคิดเห็นประกบข้อคิดไรณเข้าผู้เข้าคนไม่ได้ทำกันหวานคอแร้ง ๆ ชนิดทันที แต่ว่าทั้งนี้ขึ้นกับ Core Value ด้วยกันความเชื่อสิ่งของหน่วยงานเหตุว่านั่งพิงกับข้อเสนอแนะไหนจรดจักสามารถติดต่อหรือทำก่อสร้างการกระทำได้ดีกับดักข้อคิดเห็นตรงนั้น ๆ อย่างจริงใจ และเปล่าแออัดไม่ก็พากเพียรที่จะจำหน่ายของซื้อของขายของตัวเองยอมจร เพราะมิเช่นนั้นจะดำรงฐานะเทียบเท่าแบรนด์ Pepsi ที่เคยชินออกมาพูดเหตุ #Blacklivesmatter แม้ว่าตกเป็นแหวแออัดผลิตภัณฑ์กับไม่เข้าใจข้อเสนอแนะอ่อนไหวนี้ ไม่มีเงินทำให้เกิดการประท้วงขนมจากคนวงในสังคมขึ้นมาชนิดทันที ด้วยเหตุนี้แบรนด์ต้องกระทำศึกษาประการเจ้าระเบียบดามกลุ่มเป้าหมาย ข้อเสนอแนะเนื้อความหวั่นไหวต่างๆ และการชดใช้ Data ด้วยกัน Psychology กับดักสังคมวิทยา มากระทำวิเคราะห์เข้าผู้เข้าคนดุอีก 5 ปี สิบ ปี ด้วยกัน 20 พรรษาข้างหน้า ใครกันที่จะครอบครองลูกค้าของแบรนด์ ด้วยกันแบรนด์กับธุรกิจน่าแนบข้างหรือสนับสนุนมนุชพวกนี้ที่จะตกเป็นผู้บริโภคสรรพสิ่งตนเองข้างหน้าได้เช่นไร โดยแบรนด์น่าเตรียมก่อ 3 สิ่งกลุ่มนี้ 1. แบรนด์ต้องประกอบด้วยข้อเสนอแนะกับทรรศนะแยกออกชัดแจ๋ว ครบถ้วนมั่นคงกับความคิดเห็น เพราะเมื่อแบรนด์แสดงออกจรแล้ว มั่นเหมาะดั้งเดิมเธอคงเสียผู้ซื้อแห่งหนประกอบด้วยความเชื่อไม่ลงรอยกันกับดักแบรนด์และงาน เสียแต่ว่าในทางระยะยาวแล้วคุณจักได้มากลุ่มผู้ซื้อที่ประกอบด้วยความนับถือลำพังกับดักคุณกับกลายเป็นลูกค้าระยะยาวแห่งครบถ้วนจะสงเคราะห์คุณไปตลอด เพราะว่าลูกค้าหลงเชื่อจากนั้นดุครั้นสงเคราะห์การงานเจ้าเอ็ง คุณย่อมเจียรจรรโลงเหตุนี้ถัดจาก 2. เริ่ม ก่อสร้างธรรมเนียมแห่งมีความเชื่อมต่อเหตุตรงนี้อย่างแท้จริง ผิคุณจักสนับสนุนทาบข้อคิดไร ข้อคิดเห็นหนึ่งหลังจากนั้น ไม่ใช่เช่นนั้นงานประกาศดุอนุเคราะห์ แต่ว่าจำต้องเสร็จแสดงออกทั่วในและพาเหียรตวาดคุณจริงใจกับดักข้อคิดดังกล่าวจริง ๆ เช่นสมมติว่าเจ้าเอ็งสนับสนุนความ LGBTQ แห่งสำนักงานและภายนอกเธอจะจำเป็นต้องส่งเสริมความหลากทางเพศขึ้นลงมาหรือว่าปันออกกลุ่มชนต่างๆนาๆทางเพศมีบทบาทณการแสดงออก 3. การต่อสู้กับความเลื่อมใสแห่งหนไม่ลงรอยกันกับเธอ พอแบรนด์ด้วยกันธุรกิจแห่งหนดีงามต้องเลือกปีกหรือเลือกสรรตวาดจะสงเคราะห์ข้อคิดเห็นไรจากนั้น ชิ้นที่ต้องทำให้ได้ตกว่าการเป็นมากรณรงค์แห่งดีงามกับกล้าชน กล้าหาญที่จะชำรุดกำไร กล้าหาญประท้วงความเลื่อมใสผิดๆ ไหมตรงๆกับความถูกต้องแห่งแบรนด์ไม่ก็งานคุณหลงเชื่อไปพร้อมด้วยลูกค้าของเจ้าเอ็งขึ้นมา ซึ่งดวงตรงนี้จำต้องชดใช้ความเก่งกาจขนานใหญ่ เช่นนี้เช่นกันทางเข้าผู้เข้าคนกับแหล่งหล้าแห่งหนแปรไป ความไม่ถูกกันแห่งมีจำเริญเปล่าเฉพาะเจาะจงแห่งสังคมระดับนานาชาติเอง แต่ว่าแห่งสังคมไทยก็เริ่มมองเห็นจรดข้อคิดเห็นทางสังคมตวาดมีผลต่องานเลือกสรรพสิ่งผู้บริโภคเอง แบรนด์ธุรกิจยุคใหม่ต้องเริ่มหันไปนึกดูหลังจากนั้นแหว จักยืนขึ้นสิงสู่ด้านไร หมดเวลาที่จะยืนขึ้นอยู่ใจกลางเปล่าเลือกด้านไหนหรือลอยอยู่เหนือความขัดแย้งปะปนกัน สิ่งสำคัญตกว่าแบรนด์และธุรกิจต้องเลือกข้างที่เที่ยงตรงขับเคลื่อนมอบเข้าผู้เข้าคนเดินหน้ากับจรในมุขแห่งทุเลา เนื้อความ : ฉกาจ ชลายุทธ Co-Founder&Visionary Chaos Theory ข้อเขียนอื่นแห่งเธอคงแยแส Brand Purpose บทเรียนจากจอเงินแหลมทองที่มีผลต่อความเลื่อมใสของผู้ซื้อParadigm shift of marketing เมื่อการตลาดปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์3 ทางออก Agency แห่งวันที่จักไม่หลงเหลือแห่งยืนอีกต่อไป